Tel. 02-574-0555, 02-574-6556, 02-984-4568
info@dental-tmd.com | facebook

การเปลี่ยนแปลง การเสื่อมภายใน ของข้อต่อขากรรไกร ที่ไม่ได้รับการรักษา Internal Derangements

Internal Derangements
การเปลี่ยนแปลง การเสื่อมภายใน ของข้อต่อขากรรไกร ที่ไม่ได้รับการรักษา
 

Internal Derangements

เมื่อมีการสูญเสียความสมดุลย์ ในระบบบดเคี้ยว เช่น การถอนฟันกรามออกไปโดยไม่ได้รับการใส่ฟันทดแทน ฟันข้างเคียง และฟันตรงข้ามจะเคลื่อนเข้ามาสู่ที่ว่างนี้ ทำให้เกิดการสบกระแทก ส่งแรงเข้าสู่ข้อต่อขากรรไกร เมื่อไม่ได้รับการรักษา จะเกิดการเปลี่ยนแปลง การเสื่อมภายใน ของข้อต่อขากรรไกร ที่หมอนรองกระดูก และหมอนรองกระดูกจะถูกดันให้เคลื่อนที่ไป ขณะที่อ้า และหุบปาก

ตำแหน่งข้อต่อขากรรไกร และหมอนรองกระดูก (Disc) ปกติจะเคลื่อนที่ไปด้วยกัน จึงไม่มีเสียงดัง
เมื่อมีความผิดปกติ
เกิดขึ้น หมอนรองกระดูกจะถูกดันให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า ข้อต่อขากรรไกรจะถุกดันให้ไปอยู่ด้านหลัง เมื่ออ้าปาก ข้อต่อขากรรไกรจะกระโดดขึ้นมาอยู่บน หมอนรองกระดูก (Disc) ทำให้เกิดเสียงดัง (Click) และขณะหุบปากข้อต่อขากรรไกรจะถูกดันลงจาก หมอนรองกระดูก (Disc) ทำให้เกิดเสียงดัง (Click) อีกครั้งหนึ่ง
 


ภาพแสดงตำแหน่ง

หมอนรองกระดูก
(
Disc)

 

ภาพแสดงถึงความเปลี่ยนแปลง หรือความเสื่อมที่เกิดขึ้นในข้อต่อขากรรไกร และหมอนรองกระดูก (Disc) ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง แม้ว่าในบางระยะคนไข้อาจมีความรู้สึกว่าดีขึ้น หรือเสียง Clicking หายไป และไม่มีอาการ เจ็บปวด แต่....พยาธิสภาพยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง!

ภาพแสดงลำดับความเสื่อมที่เกิดขึ้น
*
แสดงในตำแหนงผู้มีอาการหันหน้าไปทางขวา

ภาพที่ 1 ลักษณะที่เป็นปกติ

ภาพที่ 2
คือ
ระยะที่ 1
เริ่มมีเสียงตอนอ้าหรือหุบปาก
รักษาหายขาดได้

ภาพที่ 3
คือ ระยะที่
2 อ้าปากได้น้อยลง
มีอาการเจ็บร่วมด้วย
ยังรักษาได้

ภาพที่ 4
ระยะที่
3 เสียงกลิ๊ก!
หาย อาจอ้าปากได้กว้างขึ้นเพราะหมอนรองกระดูกทะลุแล้วและจะละลายต่อไป 
การรักษาเพียงเพื่อบรรเทา

ภาพที่ 5
คือระยะที่
4
จะได้ยินเสียงกระดูกเสียดสีกันคล้ายมีทรายอยู่ข้างใน มีอาการปวด อาจอ้าปากได้กว้างขึ้น
รักษาไม่ได้

ภาพที่ 6
คือระยะที่
5
สภาพหมอนรองกระดูกเสื่อมสลายอย่างรุนแรง รักษาไม่ได้

 

ภาพแสดงสภาพปกติของ
ข้อต่อขากรรไกรและหมอนรองกระดูก

ความเปลี่ยนแปลง หรือความเสื่อมที่เกิดขึ้นในข้อต่อขากรรไกร และหมอนรองกระดูก (Disc) เป็นระยะต่าง (Stages) จากสภาวะปกติที่ ตำแหน่งข้อต่อขากรรไกร และหมอนรองกระดูก (Disc) อยู่ที่ทิศ 1 นาฬิกา (เมื่อคนไข้หันหน้าไปทางขวา) ปกติแล้วจะเคลื่อนที่ไปด้วยกัน เมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง พยาธิสภาพยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไปจนถึงระยะที่ 5 หรือระยะสุดท้าย ที่รักษาไม่ได้
 

   
  จากประสบการณ์ทางคลินิก พบว่า อาการ Clicking เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไข้กลุ่มนี้ เป็นความผิดปกติในกลไกการเคลื่อนไหวของข้อต่อขากรรไกร

 

ความเปลี่ยนแปลง หรือความเสื่อมที่เกิดขึ้นในข้อต่อขากรรไกร
และหมอนรองกระดูก (Disc)

สภาวะปกติ ตำแหน่งข้อต่อขากรรไกร และหมอนรองกระดูก (Disc) เคลื่อนที่ไปด้วยกัน เมื่ออ้า-หุบปาก จะไม่มีเสียงดัง (Click) เป็นการคลื่อนที่ๆ ราบรื่น
 

ระยะที่ 1
เริ่มมีเสียง Clicking คนไข้อาจบอกว่าเป็นมาแล้วประมาณ 2 ปี
เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น หมอนรองกระดูกจะถูกดันให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า หรือเข้าสู่ด้านใน หรือร่วมกัน เมื่ออ้าปาก ข้อต่อขากรรไกรจะกระโดดขึ้นมาอยู่บน หมอนรองกระดูก (Disc)จึงทำให้เกิดเสียงดัง (Click) และขณะหุบปากข้อต่อขากรรไกรจะถูกดันลงจาก หมอนรองกระดูก (Disc) ทำให้เกิดเสียงดัง (Click) อีกครั้งหนึ่ง
น้อยรายที่มีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย ดังนั้นผู้มีอาการจึงไม่คิดถึงการรักษา แต่บางรายมีอาการอ้าปากแล้วเบี้ยว หรือเจ็บข้อต่อขณะกัดอาหาร และมีอาการปวดศีรษะ ลักษณะ Migraine ร่วมด้วย
ซึ่งระยะนี้หากได้รับการรักษา ด้วย Splint ในฟันล่าง โอกาศที่จะหาย ทั้ง Clicking และ Migraine มีมากเป็นที่สุด (กรุณาอ่านเรื่อง การรักษา Migraine โดยไม่ต้องใช้ยา)
 
ระยะที่ 2
เสียง Clicking ดังขึ้นเมื่ออ้าปากเกือบสุด หมอนรองกระดูกจะถูกดันให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า หรือเข้าสู่ด้านใน หรือร่วมกันมากขึ้น
คนไข้อาจบอกว่าเป็นมาแล้วมากกว่า 2 ปี หมอนรองกระดูกส่วนท้ายได้รับแรงกดมาก เส้นเลือดฝอยที่อยู่ในบริเวณนั้นถูกกดทับ ทำให้เลือด ออกซิเจน และ อาหารไม่สามารถถูกส่งเข้าไปทำการซ่อมแซมความเสียหายได้ และผู้มีอาการอาจอ้าปากได้น้อยลง และในตอนเช้าอาจอ้าปากไม่ขึ้นมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย

ดังนั้นผู้มีอาการจึงอาจเริ่มคิดถึงการรักษา ซึ่งระยะนี้หากได้รับการรักษา ด้วย Splint ในฟันล่าง โอกาศที่จะหายยังมีความเป็นไปได้
 
ระยะที่ 3
เสียง Clicking หายไป ผู้มีอาการอาจคิดว่าหายเป็นปกติ เนื่องจากหมอนรองกระดูกส่วนท้ายที่ได้รับแรงกดอยู่ตลอดเวลา จนทะลุ แต่จะได้ยินเสียงกระดูก 2 ชิ้นถูกันแทน
ผู้มีอาการไม่ได้รับการรักษาในระยะที่แล้ว จึงไม่มีการซ่อมแซมความเสียหาย พยาธิสภาพดำเนินต่อไป หลายรายอาจมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย บางรายอาจอ้าปากได้มากขึ้น เพราะหมอนรองกระดูก (Disc) ถูกแรงกดดันทำลายไปจนหมด
ระยะนี้หากได้รับการรักษา ด้วย Splint ในฟันล่าง โอกาศหายไม่มี เป็นเพียงการบรรเทาอาการเท่านั้น
ระยะที่ 4
มีการเสื่อม-การละลายภายใน ของข้อต่อขากรรไกร ที่เบ้าของข้อต่อ หมอนรองกระดูกทะลุมากขึ้น หรือ ถูกทำลายไปหมด ได้ยินเสียงของกระดูก 2 ชิ้นถูกัน ผู้มีอาการอาจบอกว่าเหมือนมีทรายอยู่ในหู
เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาในระยะที่แล้ว จึงไม่มีการซ่อมแซมความเสียหาย พยาธิสภาพยังคงดำเนินต่อไป จนไม่มีทางที่จะฟื้นฟูสภาพปกติได้ หลายรายมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย แต่ผู้มีอาการอาจอ้าปากได้มากขึ้น ระยะนี้หากได้รับการรักษา ด้วย Splint ในฟันล่าง โอกาศที่จะหายไม่มี เป็นเพียงการบรรเทาอาการเท่านั้น
 
ระยะที่ 5
มีการละลายของกระดูกอย่างรุนแรง จะเกิดการเปลี่ยนแปลง การเสื่อม-การละลายภายใน ของข้อต่อขากรรไกร ที่เบ้าของข้อต่อ หมอนรองกระดูกถูกทำลายไปหมด ในลักษณะของคนสูงอายุ

ผู้ที่มีอาการ ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร สมควรได้รับการรักษา แต่เนิ่นๆ ในระยะที่ 1 เสียง Clicking ขณะอ้าและหุบปาก เป็นสัญญาณอันตรายที่ดังขึ้น บอกให้ท่านทราบว่า พยาธิสภาพเกิดขึ้นแล้ว และจะดำเนินไปสู่ ระยะที่ 6 ที่ไม่สามารถรักษาได้ ในทุกราย

ระวัง!! คำแนะนำที่ว่า “ถ้ามีอาการความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร แต่ไม่เจ็บไม่ปวด ก็ไม่ต้องทำการรักษา” ถือได้ว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้อง

ดังนั้นเมื่อมีอาการดังกล่าว ควรรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ผู้มีความรู้และชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ

   

 

ปรัชญาการรักษาของทันตแพทย์ชวาล สมศิริ

กรณีศึกษา : การรักษาความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร ตามปรัชญาการรักษาของทันตแพทย์ชวาล สมศิริ (1987-1994 มหาวิทยาลัยแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี) เรื่อง ปรัญชาการรักษาของทันตแพทย์ชวาล สมศิริ กับกรณีของ Katie G.

Read more...